เผยแล้วพระปรมาภิไธยเต็มของรัชกาลที่10 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

12 เมษายน 2019 | Slide, ข่าวเด่น
Loading...

ในวันนี้ (12 เม.ย 62) ทางเพจ “Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย” ได้มีการเปิดเผยพระปรมาภิไธยอย่างไม่เป็นทางการ หลังจากกรมธนารักษ์ได้เผยแพร่เหรียญแพรแถบที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562  โดยทางเพจระบุว่า “จากที่ประชาชนชาวไทยทั่วหล้า ต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อที่จะร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของชาติไทย นั่นคือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 นี้

แต่สิ่งหนึ่งที่พสกนิกรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และแฟนราชวงศ์ต่างรอคอย ซึ่งถือเป็นอีกไฮไลต์หนึ่งของพระราชพิธี นั่นคือการเฉลิมพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ และเฉลิมพระยศเจ้านายใหม่ทุกพระองค์ ซึ่งต่างคาดเดากันไปต่างๆนาๆว่าแต่ละพระองค์จะได้รับพระราชทานพระยศอะไรกันบ้าง อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดเผยพระปรมาภิไธยอย่างไม่เป็นทางการ หลังจากกรมธนารักษ์ได้เผยแพร่เหรียญแพรแถบที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นั้นว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

จากพระปรมาภิไธยดังกล่าวนั้น เห็นว่า เป็นการเลือกใช้การเฉลิมพระปรมาภิไธยตามพระราชนิยมของรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 6 รวมกัน กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงกำหนดหลักการเฉลิมพระปรมาภิไธยโดยใช้คำว่า “ปรเมนทร” สำหรับรัชกาลเลขคู่ และ “ปรมินทร” สำหรับรัชกาลเลขคี่

หลังจากที่ 3 รัชกาลแรกนั้น ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยของพระองค์เองโดยขึ้นต้นว่า “สมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี” และมีสร้อยพระนามเหมือนกันทั้ง 3 รัชกาล ราษฎรจึงต้องสมมตินามแผ่นดินเอาเองเมื่อกล่าวถึงพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาล ในสมัยรัชกาลที่ 3 ราษฎรได้เรียกนามแผ่นดินรัชกาลที่ 1 ว่า “แผ่นดินต้น” รัชกาลที่ 2 ว่า “แผ่นดินกลาง” รัชกาลที่ 3 ว่า “แผ่นดินนี้” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ไม่ทรงโปรดการออกนามแผ่นดินดังกล่าว เนื่องจากทรงเกรงว่าต่อไปราษฎรจะเรียกรัชกาลของพระองค์ว่า “แผ่นดินปลาย” หรือ “แผ่นดินสุดท้าย” อันเป็นอัปมงคล ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่าพระนามของพระมหากษัตริย์สืบไปภายหน้าควรใช้แตกต่างกันทุกรัชกาล เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการออกนามแผ่นดินเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เปลี่ยนแบบการเฉลิมพระปรมาภิไธยใหม่ โดยให้ใช้คำนำหน้าว่า “รามาธิบดีศรีสินทร” และทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยย้อนหลังถวายแด่พระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลก่อนหน้านี้ด้วย จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กลับไปใช้แบบการเฉลิมพระปรมาภิไธยพระราชนิยมแบบรัชกาลที่ 4 ดังเดิม แต่ยังคงพระปรมาภิไธยของรัชกาลที่ 6 ไว้แบบที่ทรงเลือกใช้เอง

สำหรับพระปรมาภิไธยของรัชกาลปัจจุบันตามที่มีการเปิดเผยนั้น หากจะออกพระปรมาภิไธยโดยย่อนั้น นอกจากการออก “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ตามที่ประชาชนและสื่อมวลชนใช้กันโดยทั่วไปแล้วนั้น อาจจะมีการออกพระปรมาภิไธยโดยย่อว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ก็เป็นได้ ตามแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 4 ซึ่งสำนักพระราชวัง หรือสำนักราชเลขาธิการ อาจประกาศและแนะนำหลักเกณฑ์การออกพระปรมาภิไธยอย่างถูกต้องและชัดเจนอีกครั้ง อีกทั้งยังต้องรอการจารึกพระสุพรรณบัฏ และการเฉลิมพระปรมาภิไธยเต็มอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ การเฉลิมพระปรมาภิไธยภาษาอังกฤษตามแบบพระราชธรรมเนียมยุโรปนั้น นอกจากจะใช้คำนำหน้าพระเกียรติยศ “His Majesty The King” นั้น ยังจะใช้พระราชกำหนดตามแบบรัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้คำว่า “รามา – Rama” ตามด้วยเลขลำดับรัชกาลแบบโรมันตามธรรมเนียมยุโรป ในรัชกาลที่ 10 นี้ ก็จะทรงใช้ “King Rama X” เช่นกัน News: S. Wattanasiri – Royal World Thailand Photo: Athit Perawongmetha คุณอธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา – Reuters

ที่มาและขอบคุณ Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย

Loading...